การนอนเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน พูดง่ายๆว่าเป็นสิ่งที่ไม่ต้องมีใครสอน ไม่ต้องเรียนทุกคนก็สามารถทำได้ คนเรานอนเป็นตั้งแต่เกิดลืมตาดูโลก ที่จริงแล้วตอนอยู่ในท้องแม่ เราอาจจะหลับเป็นก่อนที่จะตื่นเป็นด้วยซ้ำ และเมื่อเราเจริญเติบโตขึ้น หรือแก่ลง รูปแบบการนอนของเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ หรืออาจจะกล่าวได้ว่านาฬิกาชีวิตที่ควบคุมการนอนของเราก็มีการเจริญเติบโต และพัฒนาไปพร้อมกับร่างกายส่วนอื่น ๆ และแน่นอนว่าเมื่อถึงวัยที่จะต้องเสื่อมก็จะเสื่อมลงเช่นเดียวกับทุก ๆ อวัยวะของเราเช่นกัน การนอนของคนวัยต่าง ๆ มีดังนี้
- เด็กทารก: สำหรับทารก เป็นวัยที่เด็กน้อยกำลังค่อย ๆ ที่จะเรียนรู้ปรับตัวกับโลกภายนอก ซึ่งกลไกต่าง ๆ ในร่างกายจะยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางนัก ทารกน้อยมีช่วงเวลาที่นอนหลับมากกว่าช่วงเวลาที่ตื่น โดยทั่วไปจะมีเวลานอนไม่น้อยว่า 16-18 ชั่วโมงต่อวัน และในแต่ละช่วงเวลาที่นอนก็มักจะเป็นช่วงเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ในช่วง 3 เดือนแรกของชีวิต พูดง่าย ๆ ว่า นอนสั้น และนอนบ่อย นอกจากนี้ยังหลับไม่ค่อยลึก การนอนของเด็กทารกมักจะถูกรบกวนทำให้ตื่นได้ง่ายจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อยทั้งจากในร่างกายของเด็กและจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ทำให้ในช่วง 2-3 เดือนแรกของชีวิตจึงเป็นงานหนักของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องตื่นมาทุก ๆ ครั้งที่หนูน้อยตื่นมาร้องงอแงในตอนดึก ๆ
หลังจากนั้นร่างกายก็จะค่อย ๆ ปรับตัวทำให้การนอนในแต่ละช่วงค่อย ๆ ยาวนานขึ้น นอนน้อยครั้งแต่นอนนาน ซึ่งก็จะเป็นลักษณะที่พัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ จนเป็นผู้ใหญ่ จนกระทั่งถึงวัยครบ 1 ขวบ ก็จะมีการนอนที่หลับได้นานมากในช่วงกลางคืน และไม่ค่อยนอนในช่วงกลางวัน - วัยเด็กเล็ก: สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป จนถึงวัยอนุบาล (5 ขวบ) การนอนจะเริ่มเป็นระบบมากขึ้น โดยจะนอนยาวในช่วงกลางคืน ไม่น้อยกว่าวันละ 10 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ เข้านอนประมาณ 2-3 ทุ่ม และตื่น 6-7 โมงเช้า และจะนอนพักช่วงสั้น ๆ อีก 1-2 ชั่วโมงในช่วงบ่าย โดยรวมทั้งวันแล้วเวลานอนกับเวลาตื่นจะอยู่มนสัดส่วนที่พอ ๆ กัน ครึ่งต่อครึ่ง อย่างละประมาร 12 ชั่วโมง การอนุญาติให้เด็กวัยนี้ได้มีเวลานอนที่มากพอ มีผลต่อการพัฒนาการของร่างกายและสมองของเด็กอย่างมาก นอกจากนี้ยังส่งผลให้เด็กมีอารมณ์และสุขภาพจิตที่ดี
- วัยเด็กโต: สำหรับเด็กวัยประถมถึงมัธยมต้น ด้วยกิจกรรมในแต่ละวันที่มากขึ้น ทำให้เด็กอาจจะไม่ค่อยได้นอนหลับพักผ่อนในช่วงกลางวันมากนัก แต่การนอนในช่วงกลางคืนก็ยังมีความสำคัญมาก การที่เด็กสามารถเข้านอนได้ก่อนเวลา 4 ทุ่ม และหลับอย่างต่อเนื่องได้ถึงประมาณ 6-7 โมงเช้า หรือนอนได้ต่อเนื่องประมาณอย่างน้อย 8 ชั่วโมง จะทำให้เด็กได้รับประโยชน์จาก Growth Hormone ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก และยังได้รับประโยชน์จากการที่ Melatonin หลั่งในช่วงเวลาที่เหมาะสมซึ่งทำให้นาฬิกาชีวิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- วัยรุ่น: ที่จริงแล้วในเด็กวัยรุ่น ร่างกายและสมองยังต้องการการเจริญเติบโตไม่ต่างจากเด็กในวัยอื่น ๆ แต่ด้วยกิจกรรมและสังคมทำให้เด็กวัยรุ่นมากถึง 20% มีปัญหาการนอนไม่พอตามความต้องการของร่างกาย ปัญหาที่พบบ่อยคือการนอนดึก บางคนคุยกับเพื่อนหรือแฟนจนถึงตีหนึ่ง ตีสอง หรือเล่นเกมส์ ไถเฟซบุ๊คจนดึกดื่น แล้วจำเป็นต้องตื่นไปเรียนในตอน 6 โมงเช้า นั่นหมายความว่ามีเวลานอนเพียงแค่ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้การนอนดึก ยังทำให้วัยรุ่นคนนั้น ไม่ได้รับประโยชน์จาก Growth Hormone และ Melatonin อย่างที่ควรจะเป็น มีงานวิจัยพบว่าวัยรุ่นที่นอนดึก นอนน้อย มีความสัมพันธ์กับการมีปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์ และการเรียนอย่างชัดเจน ด้วยวัยที่ร่างกายยังค่อนข้างจะปรับตัวได้ดี วัยรุ่นที่มีปัญหาการนอนน้อย เมื่อมีโอกาสได้นอนเช่น วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงปิดเทอม ร่างกายก็จะชดเชยด้วยการนอนวันละหลาย ๆ ชั่วโมง เพื่อใช้หนี้การที่นอนไม่พอในวันธรรมดา
- วัยผู้ใหญ่: สำหรับวัยผู้ใหญ่ตั้งแต่ 20-50 ปี เป็นวัยที่ชีวิตต้องมีภาระความรับผิดชอบค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้การนอนมีข้อจำกัดหลายอย่าง บางคนที่มีภาระงานหนักมาก ๆ ต้องนอนดึกแต่ตื่นเช้า บางคนต้องทำงานเป็นกะ นอนผิดเวลา และชีวิตในวัยนี้ไม่ค่อยจะมีวันได้พัก ปิดเทอมยิ่งไม่ต้องพูดถึง วัยนี้จึงเป็นวัยที่วงจรของนาฬิกาชีวิตมีปัญหาค่อนข้างมาก และประกอบกับความเครียดจากการทำงานและความรับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต ทำให้วัยนี้มักจะมีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทั้งทางกายและทางจิตอันเนื่องมาจากการนอนที่ผิดสุขลักษณะได้มาก
เวลานอนที่เหมาะสมในวัยผู้ใหญ่ อยู่ที่ประมาณ 6-9 ชั่วโมง โดยควรนอนให้ได้ในช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืน - วัยสูงอายุ: เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ โดยเฉพาะในผู้หญิงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในวัยหลังหมดประจำเดือน ด้วยปัจจัยทางสมองที่เริ่มเสื่อมไปตามวัย และโรคประจำตัวทั้งหลายที่ส่งผลกระทบกับการนอน ในผู้สูงอายุชายที่มีปัญหาต่อมลูกหมากโตอาจจะต้องตื่นมาปัสสาวะบ่อย ๆ ในตอนดึก โดยภาพรวมลักษณะการนอนในผู้สูงอายุจะคล้ายกับการย้อนกลับไปเป็นลักษณะเดียวกับการนอนของเด็กทารก กล่าวคือ ง่วงเร็วขึ้น นอนตั้งแต่หัวค่ำ หลับได้สั้น ๆ หลับไม่ลึก ตื่นง่าย บางคนมาหลับอีกเป็นช่วง ๆ ในตอนกลางวัน งานวิจัยจำนวนมากบ่งชี้ว่าการรักษาสภาพการนอนที่ถูกสุขลักษณะในผู้สูงอายุ มีผลดีต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมของผู้สูงอายุ ชะลอความเสื่อมของทุกระบบในร่างกายร่วมทั้งสมอง และแน่นอนว่าส่งผลต่ออายุขัยที่ยืนยาวกว่าด้วย